รู้จัก โรคฮีโมฟีเลีย ภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก พันธุกรรมที่ต้องระวัง

ศูนย์ : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้

บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์

โรคฮีโมฟีเลีย

โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) คือโรคเลือดออกง่ายและหยุดยากที่เกิดจากความผิดปกติของยีน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขาดโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ทำให้ผู้ป่วยมีเลือดออกนานกว่าปกติแม้เกิดบาดแผลเพียงเล็กน้อย โรคนี้มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และจัดเป็นหนึ่งในโรคทางพันธุกรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต


โรคฮีโมฟีเลีย คืออะไร

โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) คือ ความผิดปกติของผู้ป่วยที่ขาดโปรตีนการแข็งตัวของเลือด หรือเรียกโปรตีนเหล่านี้ว่า แฟคเตอร์ (A-B) ส่งผลให้เลือดหยุดไหลช้า เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน โดยส่วนมากจะพบอาการของโรคในเพศชายเท่านั้น ขณะที่เพศหญิงมักเป็นเพียงพาหะที่ไม่แสดงอาการ แต่สามารถส่งต่อยีนที่ผิดปกตินี้ไปยังรุ่นต่อไปได้ และจัดเป็นหนึ่งในโรคทางพันธุกรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โรคฮีโมฟีเลีย มี 3 ชนิด คือ ฮีโมฟีเลีย A ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถผลิตโปรตีนแฟกเตอร์ 8 เพื่อสร้างลิ่มเลือดได้ โดยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็น ฮีโมฟีเลีย A และ ฮีโมฟิเลีย B ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถผลิตโปรตีนแฟกเตอร์ 9 เพื่อสร้างลิ่มเลือดได้ เป็นโรคทีพบได้น้อย โดยพบประมาณ 20% และมี ฮีโมฟีเลีย C ทำให้ผู้ป่วยร่างกายขาดโปรตีนแฟกเตอร์ 11 (Factor XI) แต่ชนิดนี้ พบได้น้อยมากประมาณ 7%

> กลับสารบัญ


อันตรายของโรคฮีโมฟีเลีย

อันตรายของโรคฮีโมฟีเลียมาจากการมีเลือดออกภายใน โดยเฉพาะบริเวณรอบเข่า ข้อเท้า และข้อศอก การมีเลือดออกภายในทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โรคฮีโมฟีเลียถ่ายทอดได้อย่างไร

โดยส่วนใหญ่โรคฮีโมฟีเลีย A และ B จะถ่ายทอดทางพันธุกรรม โครโมโซม X ของพ่อแม่ โรคฮีโมฟีเลียถูดจัดให้เป็นโรคทางพันธุกรรมแบบด้อยที่เกี่ยวข้อกับโครโมโซม X เพศชายมีโครโมโซม XY จึงมีโอกาสเป็นโรคฮีโมฟีเลียสูงกว่า เนื่องจากได้รับโครโมโซม X จากมารดา นอกจากพันธุกรรมแล้วโรคฮีโมฟีเลียยังสามารถเกิดความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด สิ่งนี้อาจเกิดจากการต้านทานภาวะภูมิต้านทานตัวเอง โรคมะเร็ง โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือปฏิกิริยาจากยา

> กลับสารบัญ


อาการของโรคฮีโมฟีเลีย

อาการของโรคฮีโมฟีเลียขึ้นอยู่กับระดับของแฟกเตอร์ที่ขาด โดยมีอาการหลักดังนี้

  • มีเลือดออกมากเกินไปเมื่อถูกบาด บาดเจ็บ หรือฉีดวัคซีน
  • มีเลือดออกง่ายและหยุดยากหลังได้รับบาดเจ็บ
  • มีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่และลึกหลายจุดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดบวมหรือรู้สึกตึงในข้อ
  • มีเลือดในปัสสาวะหรืออุจจาระ
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย
  • มีเลือดออกในข้อ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ทำให้บวม ปวด และเคลื่อนไหวลำบาก
  • เลือดออกในกล้ามเนื้อ หรือภายในอวัยวะภายใน เช่น สมอง ช่องท้อง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • เลือดออกหลังการผ่าตัดหรือถอนฟันเป็นเวลานาน

> กลับสารบัญ


ระดับความรุนแรงของอาการ

  • อาการรุนแรงน้อย (ระดับแฟคเตอร์ที่เหลืออยู่ 5 - 40%) มักไม่มีเลือดออกเอง จะแสดงอาการเลือดออกมากและหยุดยากหลังได้รับบาดเจ็บรุนแรง หลังผ่าตัด หรือทำหัตถการ เช่น ถอนฟัน
  • อาการรุนแรงปานกลาง (ระดับแฟคเตอร์ที่เหลืออยู่ 1- 5%) มีเลือดออกในข้อและกล้ามเนื้อเมื่อได้รับอุบัติเหตุเพียง เล็กน้อย อาจมีเลือดออกในข้อเองได้บ้าง
  • อาการรุนแรงมาก (ระดับแฟคเตอร์ที่เหลืออยู่น้อยกว่า 1%) มีเลือดออกในข้อและกล้ามเนื้อได้ เอง โดยไม่ต้องมีอุบัติเหตุ มักแสดงอาการตั้งแต่เด็กเล็ก (6 เดือน - 1 ปี)

> กลับสารบัญ



โรคฮีโมฟีเลียวินิจฉัยได้อย่างไร

  • การตรวจดีเอ็นเอ
  • การตรวจการแข็งตัวของเลือด
  • การทดสอบ Partial Thromboplastin Time (PTT) ตรวจวัดความสามารถในการแข็งตัวของเลือดในระบบภายใน
  • การทดสอบ Prothrombin Time (PT) ตรวจวัดความสามารถในการแข็งตัวของเลือดในระบบภายนอก
  • ตรวจระดับไฟบริไนเจน
  • ตรวจจำนวนเกล็ดเลือด
  • การทดสอบ Serum factor VIII activity

> กลับสารบัญ


การรักษาโรคฮีโมฟีเลียมีวิธีใดบ้าง

  • Bypassing agents ใช้รักษาอาการเลือดออกเฉียบพลัน
  • ใช้แอนติบอดีที่เลือดแบบโปรตีนในการแข้งตัวของเลือด เช่น factor VIII เพื่อทำให้เลือดแข็งตัว
  • ยากลุ่มที่ช่วยป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดสลายตัว
  • Cryoprecipitate และการใช้พลาสมาแช่แข็ง มี Factor VIII ที่ทำให้เลือดแข้งตัว
  • การรักษาด้วยยีน ให้ยีนที่สมบูรณ์แก่ผู้ป่วยเพื่อผลิตโปรตีนในการแข็งตัวของเลือด

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยโรคฮีโมฟีเลีย

Q:โรคฮีโมฟีเลีย คืออะไร?

A:โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) คือ โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีน ส่งผลให้ร่างกายขาดโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด (แฟกเตอร์) ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะเลือดออกง่ายและหยุดยากกว่าปกติ แม้จะเป็นแผลเพียงเล็กน้อยก็ตาม โดยมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

Q:โรคฮีโมฟีเลียมีกี่ชนิด และแตกต่างกันอย่างไร?

A:โรคนี้แบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ตามประเภทของโปรตีนที่ขาด ได้แก่

  • ฮีโมฟีเลีย A (พบผู้ป่วยส่วนใหญ่): เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนแฟกเตอร์ 8 (Factor VIII) ได้
  • ฮีโมฟีเลีย B (พบได้น้อย ประมาณ 20%): เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนแฟกเตอร์ 9 (Factor IX) ได้
  • ฮีโมฟีเลีย C ทำให้ผู้ป่วยร่างกายขาดโปรตีนแฟกเตอร์ 11 (Factor XI) แต่ชนิดนี้ พบได้น้อยมาก ประมาณ 7%

Q:อาการแบบไหนที่น่าสงสัยว่าเป็นโรคฮีโมฟีเลีย?

A:อาการเด่นที่สังเกตได้ ได้แก่ มีเลือดออกมากเกินไปเมื่อถูกบาดหรือหลังฉีดวัคซีน, มีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่และลึกโดยไม่ทราบสาเหตุ, เลือดกำเดาไหลบ่อย, มีเลือดในปัสสาวะหรืออุจจาระ และมีอาการปวดบวมหรือเลือดออกในข้อและกล้ามเนื้อ

Q:โรคฮีโมฟีเลียรักษาหายขาดได้ไหม และมีวิธีรักษาอย่างไร?

A:ปัจจุบันโรคฮีโมฟีเลียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตเพื่อควบคุมอาการได้ โดยใช้วิธีต่างๆ เช่น การให้สารทดแทน, การใช้ยากลุ่มป้องกันลิ่มเลือดสลายตัว, พลาสมาแช่แข็ง และการรักษาด้วยยีน ทั้งนี้โรคฮีโมฟีเลีย สามารถป้องกันการถ่ายทอดสู่รุ่นลูกได้ด้วยการตรวจคัดกรองยีนเพื่อหาโรคทางพันธุกรรมก่อนวางแผนมีบุตร รวมทั้งในปัจจุบันสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการทำ ICSI ร่วมกับ PGT-M การตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน

Q:หากปล่อยโรคฮีโมฟีเลียทิ้งไว้โดยไม่รักษา จะเกิดอันตรายอย่างไร?

A:หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การมีเลือดออกภายในร่างกาย โดยเฉพาะเลือดออกในข้อเรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมและข้อพิการในระยะยาว ซึ่งกระทบต่อการเคลื่อนไหว ยิ่งไปกว่านั้นหากมีเลือดออกในอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หรือช่องท้อง ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

> กลับสารบัญ


หากคุณมีอาการ เลือดออกแล้วหยุดยาก หรือมีรอยฟกช้ำบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ภาวะ เลือดออกในข้อเรื้อรัง ข้อเสื่อม และข้อพิการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว



นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์ นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์

นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา/เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้

นัดหมายแพทย์

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย